: ลืมรหัสผ่าน : สมัครสมาชิก

   
 

โรคไบโพล่าร์ โรคอารมณ์สองขั้ว

 
   
 

      เรามาทำความรู้จักกับโรค ไบโพล่าร์ กัน ไบโพล่าร์ มาจากคำว่า bi แปลว่าสอง และ polar ที่แปลว่า ขั้ว รวมแล้วก็แปลว่า โรคสองขั้ว และสิ่งที่แบ่งเป็นสองขั้วนั้นก็คือ อารมณ์ แปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก็คือ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ซึ่งฟังแล้วให้ความรู้สึกว่าคนที่เป็นต้องมีอารมณ์คุ้มดีคุ้มร้าย แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ลักษณะของโรค
คนปกติมักมีอารมณ์พื้นฐานคือ สุขารมณ์ และ ทุกขารมณ์ สุขารมณ์ได้แก่ อารมณ์สดชื่น รู้สึกสุข มองโลกในแง่ดี ซึ่งตรงข้ามกับทุกขารมณ์ ซึ่งเป็นอารมณ์ปกติที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่การมีอารมณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว มักเกิดขึ้นตามภาวะแวดล้อม จะมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจ แต่คนที่เป็นโรคนั้น จะมีอารมณ์ที่เกินพิกัดกว่าปกติมาก และนานเกินกว่าจะอธิบายด้วยเหตุ จากสภาวะที่มากระทบ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า อาการที่สำคัญของโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว คือ มีความรู้สึก สุขมากเกินไป หรือ ทุกข์มากเกินไป นานเกินไป เช่น นานเป็นอาทิตย์ๆ หรือ เป็นเดือนๆ โดยไม่มีเหตุผล จนมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนคนนั้นได้

การเป็นโรคนี้มีผลกระทบอย่างไรบ้าง
ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะคึกมาก คือผู้ป่วยมีอารมณ์ดีมาก พูดเก่ง คุยเก่ง แต่มักคุยไม่จบเรื่อง เพราะความคิดวิ่งเร็วเกินไป มักคิดว่าตนเองมีความสามารถเหนือคนอื่น อารมณ์ที่ดีก็กลายเป็นฉุนเฉียว ก้าวร้าว เพราะถูกขัดใจ ผู้ป่วยหลายคนใช้เงินเก่ง ช๊อปกระหน่ำ เล่นการพนัน หรือแม้แต่การหาเรื่องชกต่อย บ้าพลัง ซึ่งอาจจะถูกทำร้ายร่างกาย พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแต่นำความวิบัติมาสู่ชีวิตได้

ในทางกลับกัน ระยะเศร้าจะมีลักษณะต่างๆ ตรงข้ามกับระยะคึก ผู้ป่วยรู้สึกไม่สดชื่น เศร้า ท้อแท้ ความคิดไม่แล่น ไม่อยากทำอะไร บางครั้งก็ฉุนเฉียวหงุดหงิด เพราะมีแต่ความรู้สึกลบกับชีวิต หนักๆ เข้าก็คิดอยากตาย จนถึงขั้นฆ่าตัวตาย แต่สิ่งที่เหมือนกันระหว่างคึกกับเศร้า คือ นอนไม่หลับ อย่างมาก ซึ่งมักเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ หรือ ติดยาเสพติดในเวลาต่อมา โดยพื้นฐานแล้วอารมณ์ของคนปกติทั่วไปนั้นจะมีอาการเศร้า เนื่องจากได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ หรือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปนั้น โดยปกติแล้วจะมีระยะเวลา 1-6 เดือน ถ้าหากเกินกว่านั้น ถือว่าเข้าข่ายผิดปกติ ซึ่งบุคคลรอบข้าง หรือใกล้ชิด ควรหมั่นสังเกตอาการของคนในครอบครัว

สาเหตุของโรคอารมณ์แปรปรวณสองขั้ว
ไม่ได้มีอาการชัดๆ แบบนี้ทุกคน แถมยังไม่มีการทดสอบห้องปฏิบัติการมาช่วย บางครั้งจึงทำให้วินิจฉัยยากมาก แต่ยังโชคดีที่ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ ได้ทำให้โรคนี้ เป็นโรคที่สามารถบำบัดให้กลับเป็นปกติได้ การสังเกตอาการแต่เนิ่นๆ และยอมรับการรักษาอย่างจริงจัง จากผู้ป่วย และคนใกล้ชิด จัดเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาโรคนี้

สาเหตุของโรคไบโพล่าร์ แท้จริงแล้วเกิดจาก ความผิดปกติทางสมอง เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยสารเคมีที่เป็นตัวควบคุม เกี่ยวกับเรื่องของอามรณ์ มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะถ่ายทอดได้จากพันธุกรรม ส่วนเรื่องของปัจจัยภายนอก ทางด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ นั้น จะเป็นตัวเร่งทำให้ภาวะของโรคเกิด และเห็นได้เร็วขึ้น เช่น ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพราะทำให้เกิดความเครียด ทำให้อาการของโรคปรากฎออกมา

การป้องกันรักษา
สำหรับวิธีการป้องกัน และรักษานั้น เมื่อรู้ต้นตอของโรคได้อย่างชัดเจน ว่าเกิดจากปัจจัยทางชีววิทยาทางด้านสารเคมีในสมอง เมื่อทราบว่าสารเคมีตัวไหนขาด หรือมีมากเกินไป แพทย์ก็จะแก้ไขตรงจุด โดยให้ยาไปควบคุมสารเคมีตัวนั้นกับผู้ป่วย นอกจากนั้นก็อาศัย วิธีการรักษาด้วยการใช้ กิจกรรมบำบัด โดยแพทย์จะให้ความมั่นใจกับผู้ป่วยว่า ถ้าหากมีวินัยในการรักษา และทานยาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ในบางรายที่มีอาการหนัก ก็อาจจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เป็นพิเศษ

แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจให้มากนัก ลองกับไปทบทวนตัวเองดู หรือมองคนรอบข้าง ว่ามีอาการแบบนี้บ้างไหม ยิ่งพบเร็ว ก็ยิ่งรักษาได้ขายขาดมากขึ้น ..

 
     
  ขอขอบคุญข้อมูลจาก นานาสาระ add Free Magazine By SE-ED  
     
   
     
 
ความคิดเห็นที่ 58 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 1212)
I'm impeessrd you should think of something like that
จาก : 12XMiaUc   [22/07/2014 14:52:29]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 57 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 1182)
เป็นอาการนี้เหมือนกันค่ะ บางครั้งมาพร้อมโรคกระเพาะและโรคไมแกรนจะทรมาณมากๆถึงขั้นสลบก็เคย
จาก : ทรมาณ   [30/04/2014 01:09:00]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 56 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 983)
อยากทราบว่าที่ไหนเขารักษาโดยตรงมั่งครับลูกผมเป็นตอนนี้เลยเพิ่งเป็นครับ
จาก : ืnum9666@hotmail.com   [24/06/2013 13:28:30]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 55 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 951)
ดิฉันก้อเป็นโรคนี้ค่ะ เพิ่งรู้ต้วว่าเป็นเมื่ออ่านPost นี้ค่ะ ขอบคุณมาก ไม่ได้ใช้ยา แต่สงสารตัวเองมาก เลยนั่งสมาธิค่ะ สวดมนต์ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเสมอ คุณธรรมนี้คุ้มครองใจเราและพฤติกรรมได้ค่ะ พุทโธ ค่ะ กายกับใจมันอยู่คนละส่วนค่ะ ใจควบคุมกาย ทำไปแล้วเห็นเองค่ะ
จาก : wetherill2@gmail.com   [01/05/2013 07:49:40]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 54 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 950)
แฟนผมผมว่าเป็นอยู่ เดี๋ยวดีดีใจหาย ใจอ่อน เดี๋ยวร้ายขึ้นมาก็ไม่เ อาใครเลย ติดยาด้วยยาไอซ์ ชอบช่วยเพื่อนมาก กับแฟนด่าทุกวัน บางครี้งซึมเศร้า บางครั้งดีมากจนเอาใจไม่ถูก ใช้เงินเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมกลุ้มมากๆๆๆๆๆๆ
จาก : สาหร่ายสีน้ำเงิน   [27/04/2013 13:15:02]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 53 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 917)
เราผ่าสมองมาไม่รู้ว่าเกี่ยวป่าวแต่เหมือนจาเป็นเราควบคุมการพูดออกมาไม่ได้เลย แต่ไม่มีใครรู้มีแต่แฟนรู้คนเดียว แบบนี้เป็นม่ะอ่า
จาก : tee-dee@windowslive.com   [28/02/2013 10:54:43]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 52 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 887)
ปัจจุบันคนจะเป็นโรคนี้กันมากอาจเป็นเพราะไม่รู้จักพระพุทธเจ้าหรืออาจเป็นเพราะครอบครัวไม่แข็งแรงและสุดท้ายอาจเป็นกรรมที่เกิดขึ้ดจาการกระทำในปัจจุบัน
จาก : kupen@mail.com   [13/12/2012 14:14:46]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 51 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 863)
โรคนี้จำเป้นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนยาบ่อยจนกว่าจะได้ยาถูกตัว และถูกขนาด แก้ถูกอาการ ความเข้าใจและกำลังใจจากคนในครอบครัวสำคัญมาก เพราะโรคนี้คืออาการที่เคมีในระบบประสาทและสมองมันเสียสมดุล ยามาอันดับ ๑ แต่ความรักและกำลังใจจากตนและคนใกล้ตัวมาอันดับแรก อย่าหนีห่างจากหมอเด็ดขาด ถ้าเป็นแล้วไม่ยอมรักษาต่อเนื่อง อาการก็จะรักษายากไปเรื่อยๆ
จาก : noom   [28/11/2012 15:50:54]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 50 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 862)
คนเชียงราย เป็นซึมเศร้าตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่แยกทางกัน เลยไม่มีใครสังเกตุหรือสนใจ โตมากับญาติฝ่ายแม่ซึ่งก็จะตำหนิเราที่พ่อแม่ไม่ยอมเลี้ยงดู ตอนเด็กเวลานอนไม่หลับ ก็จะนึกทบทวนถึงเรื่องชีวิตตนแล้วร้องไห้จนหมดแรง ช่วงที่ทรมาณมากคือ ฤดู หนาวและหน้าฝน จนกลายเป็นคนบุคลิกหงอยๆ อาการซึมเศร้าจนเรียนแย่ แยกตัวมีมาตอน ๑๗ เรียนไม่ไหว แต่ก็ประคองตนได้ จนจบและเรียนต่อจนจบป. ตรี รับราชการ มารู้จักว่าที่เราเป็นคือโรคๆหนึ่ง แต่กว่าจะได้เจอยาที่ใช่ ก็เสียโอกาสชีวิตดีๆหลายอย่างจากซึมเศร้า ทานยาต้านเศร้าแล้วมีอาการคลั่งเมเนีย จนตอนนี้อายุสามสิบกว่า มาลงที่โรคไบโพลาร์ ได้ยาที่ใช้ดี คือ quetiapine อยากให้คนที่เป็นโรคนี้อย่ายอมแพ้ ให้กำลังใจตนเองว่ามีวันล้ม ต้องรีบลุกสู้ชีวิตต่อไป โดยศึกษาการใช้ยาอย่างรู้และเข้าใจ ไม่หลงนอนดึก ไม่ดื่มเหล้า หมั่นออกกำลังกาย หากิจกรรมสังคมทำเพื่อช่วยบำบัดการซึมเศร้า และรัดเข็มขัดการใช้เงิน และระวังความคิดแนวเก็บกดหรือการใช้อารมณ์คำพูดที่ดุดัน พยายามห่างไกลจากอาวุธและสถานการณ์ป่วนอารมณ์ ขอให้ทุกท่านเป็นกำลังใจให้กันและกันครับ
จาก : noom   [28/11/2012 15:37:01]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 49 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 771)
เป็นมา4ปีค่ะยังทานยาตลอดใช้ชีวิตตามปรกติคนที่ทราบว่าเราเป็นเขาจะไม่ค่อยยอมรับแต่ก็อยู่ได้เพราะรักลูกสู้สู้นะ
จาก : DD   [28/10/2012 22:49:42]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 48 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 758)
คุณที่อยู่ลำปางเข้าไปที่ รพ.ศุนย์ลำปางแผนกจิตเวชค่ะ จ้งว่าปรึกษาอาการ ไบโพลา แต่เวลา มีเพื่อนร่วมงานต่างแม้คนสนิทก็ไม่ต้องบอกนะคะ สังคมคนทำงานภาคเหนือยังไม่รับมาก จึงมีคนฆ่าตัวตายสูงไง แต่ว่ารักษาเถอะค่ะเดี๋ยวก็ดีขึ้น ดีที่วิเคราะตนเองได้ แล้วให้กำหนดลมหายใจเข้ายาว ออกยาว สวดมนต์ปริตรค่ะทุกอย่างหายค่ะ เคยแล้วดี
จาก : Sida_9253@hotmail.com   [18/10/2012 22:47:50]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 47 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 753)
เราก็เป็นแต่ หมอบอกว่าเราเป็นโรคซึมเศร้าระดับปานกลาง คิดฆ่าตัวตาย บางครั้งรู้สึกเคว้งคว้าง เหงา เศร้าซึม บางครั้งมีความสุขแบบบอกไม่ได้ว่าทำไมถึงดีเช่นนี้ ตอนนี้หมอให้ทานยาปรับอารมณ์ และยานอนหลับเพราะนอนไม่หลับเลยทรมานมาก
จาก : k.amon@hotmail.com   [05/10/2012 12:04:41]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 46 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 748)
ทรมานมากคะโรคนี้เกือบสามสิบปีแล้วที่เป็นๆหายๆ
แต่หากไม่มีเรื่องสะเทือนใจก็ใช้ชีวิจปกติเหมือนคนทั่วไปได้คะ
แต่ถ้ามีเหตุการณ์สะเทือนใจจะล้มง่ายกว่าคนปกติทั่วไปคะ
อยากหายจากโรคนี้มากคะทรมานมากเวลาที่มีอาการซึมเศร้าคะ
จาก : ลดา   [24/09/2012 18:40:17]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 45 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 657)
ดิฉันคงจะไปถือศีลนาน10วันขนาดนั้นไม่ได้ เพราะต้องทำงานทุกวันนี้ มีหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องเลี้ยงแม่และยายที่มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว ร่วมถึงลูกชายก็กำลังกินนำลังนอนอีก 1 คน และต้องเสียค่ายาราคาแพงทุกเดือนอีก สรุปไม่สามารถใช้หนี้ได้เลย ตอนนี้เค้าก็จะฟ้องศาสแล้วละคะ เกรงว่าโรคนี้จะขาดสติและบังคับตัวเองไม่ได้ ก่อนที่จะขึ้นศาสเพราะเรียคมากเลยคะช่วงนี้
จาก : narisa2411@yahoo.co.th   [16/06/2012 11:04:07]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 44 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 613)
อาการเมือนแม่เราเลยพอเป็นขั้วคึกคักก็ใช้เงินกระจาย แต่พอเป็นขั้วเศร้าซึมก็เก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ออกไปใหน เพิ่งพาไปหาหมอมาวันนี้พอหมอวินิจฉัยและให้ยามาเราก็เลยเข้ามาดูในนี้ก็เลยถึงบางอ้อ แม่เป็นมาประมาณ4ปี แต่เพิ่งพาไปหาหมอวันนี้ แต่ก็ต้องโกหกแกไปว่าไปตรวจสุขภาพเฉยๆคงไม่บาปหรอกนะ
จาก : แหม่ม   [19/04/2012 16:20:35]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 43 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 582)
ดิฉันเป็นคนอารมเย็นมากเก็บกฎไม่ค่อยพูดพอมาช่วงหลังเปลี่ยนเป็นคนละคนเรย
จาก : tim2901@hotmail.com   [30/03/2012 15:53:54]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 42 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 553)
สิ่งทั้งปวงเป็นเช่นนั้นเอง(ตถาตา,ยู่สี เป็นไปตามกฏอิทัปปัจจยตาคือเห็นความเป็นเช่นนั้นเองในทุกสิ่งทุกอย่างจิตชนิดนี้คือจิตที่จะไม่เป็นทุกข์)นี่เป็นธรรมะสูงสุดของพระพุทธศาสนา
จาก : thatatha   [10/02/2012 22:07:52]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 41 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 539)
ขณะนี้กำลังศึกษาป.โทอยู่ ทำวิจัยเกี่ยวกับผู้ป่วยไบโพลาร์ อยากจะทราบถึงสาเหตุของการไม่ร่วมมือในการใช้ยาหรือสาเหตุของการหยุดกินยา จากอะไรบ้างคะ เพราะยังไม่สามารถเขียนเข้าประเด็นของความสำคัญหรือความเป็นมาของเรื่องนี้ได้
จาก : jeab_wongwiwat@6561   [11/01/2012 15:16:18]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 40 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 533)
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดีค่ะ
จาก : คนึงนิจ นาสมใจ   [03/01/2012 07:55:47]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 39 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 532)
ระวังรักษาอารมณ์ ร่างกาย บวกจิตใจ ทำตัวดีมีประโยชน์ รู้ตัวเองมีสติตลอดเวลา โรคไบโพล่าร์ไม่ถามหาแน่ๆ ค่ะ
จาก : คนึงนิจ นาสมใจ   [03/01/2012 07:53:44]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 38 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 510)
ใช่เลยครับคุณหมอเขาเป็นอาการอย่าวที่ปรากฎจริงเเละเนมานานเเล้วทำให้ผมเข้าใจขอขอบคุณมากครับที่ได้คำตอบ
จาก : จิรศักดิ์   [16/12/2011 12:58:21]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 37 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 482)
ลูกเป็นโรคนี้ ใช้เงินอย่างเดียว กินยามาได้ 3 ปี แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น รักษามาตลอด ยาไม่เคยขาด ไม่รู้จะทำไงดี ครอบครัวเป็นทุกข์มาก
จาก : ณภัทร   [07/11/2011 16:26:17]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 36 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 481)
สวัสดีค่ะ ชื่ออัญชลีค่ะ พอดีเข้ามาอ่านศึกษาเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆเพื่อเป็นความรู้ค่ะเอาไว้เผื่อเจอใครที่ไม่สบายกับโรคนั้ันจะได้แนะนำให้ถูกวิธี ก็เห็นหัวข้อเกี่ยวกับอารมณ์สองขั้วและได้เข้ามาอ่านความทุกข์ของเพื่อนๆและลูกหลานที่เป็นโรคก็เห็นใจ...เป็นคนชอบศึกษาเรื่องภาวะของจิตค่ะและพอจะมีเกร็ดความรู้ให้ค่ะ...คำเตือน เมื่อเริ่มอ่าน ตาต้องจ้อง ใจต้องอ่านตาม ห้ามอ่านผ่าน เมื่อผ่านแล้วขอให้วิเคราะห์ในเรื่องที่อ่าน.. พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้ ขอให้มนุษย์ทั้งหลายปฏิบัติตามสติกำลัง...ขอย้ำตามสติกำลังเพราะคนเรามีจริตและนิสัยต่างกันการปฏิบัติแตกต่างเช่นบางคนสวดมนต์หรือนั่งกรรมฐานไม่ได้นานก็ให้ใช้กุสโลบายธรรมโดยดูใจตนเองถ้าคุณล้างจานก็คิดว่าล้างจานดูที่จานว่ามันสะอาดหรือเปล่าถ้าใจเผลอก็ให้รู้แล้วกลับมาใหม่ไม่เป็นไรถ้าใจเผลอบ่อยๆเพราะเจ้าตัวจิตเนี่ยขี้ลืมและชอบท่องเที่ยวคิดโน่นคิดนี่ทั้งๆที่ร่างกายยังอยู่กับที่เมื่อจิตไปเที่ยวแล้วไปพบกับสิ่งที่ไม่ได้ดังใจเราก็เกิดทุกข์ขอให้ผู้ที่คิดว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วนั้นจงอยู่กับอารมณ์ปัจจุบัน...ใช่มันยากแต่ทุกคนทำได้...พระผู้มีพระคุณคือพ่อและแม่ได้ให้เราเกิดมาเพื่อมาพบพระศาสนาเพื่อกลับสู่บ้านอันแท้จริง.. บนโลกใบนี้ทุกสิ่งมันคือสมุติฐานแม้แต่โรคที่คิดว่าเป็นยาที่กินมันไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ..พระพุทธเจ้ายอมสละราชสมบัติความร่ำรวย ความสุขมากกว่าที่พวกเราจะมีเท่าท่านเพื่อพิสูจน์ว่าความสุขที่จริงแท้อยู่ที่ใด...ขอเพื่อนๆจงหยุดความคิดของเราซักนิดให้จิตมีพลัง ปัญหาที่มีอยู่จะแก้ได้ทั้งหมดแต่ถ้าสิ่งใดที่แก้ไม่ได้มันไม่ใ่ช่ปัญหาก็เพราะมันแก้ไม่ได้...ขออนุโมธนาสาธุกับเพื่อนๆทุกคนๆขอให้หายดีและมีสุขภาพใจที่ดีเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกดีๆยังมีคนอีกจำนวนมากที่ทุกข์กว่าท่านและรอการช่วยเหลือ เงิน ฐานะ รวย จน ไม่จำเป็นมาก ใจที่มีความสุขเท่านั้น....จากใจ...อัญชลี
จาก : anchalee1966@sanook.com   [23/10/2011 18:30:03]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 35 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 480)
คนที่เป็นโรคนี้โดยหลักแล้วมีประวัติติดยาเสพติด ฮอร์โมนในเมตาบอลิซึมจะลดลง ทำให้อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ เพราะคุณกำลังจะไปเกิดเป็นผู้ป่วย ดาวน์ซินโดรม(กินฝิ่น) สังข์ทอง(กินกระท่อม) ปากแหว่งเพดานโหว่(กินกัญชา) ทำให้เกิดอารมณ์ที่สองขั้วครึ่งหนึ่งดีใจ ครึ่งหนึ่งทุกข์ใจ หมอแนะนำให้ใช้ ฮอร์โมนสังเคราะห์..คุณจะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งคือนอนหลับได้ มีกล้ามเนื้อ ผิวหนังเต่งตึง ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์คือห้ามกินเกินเมตาบอลิซึม ไม่อย่างนั้นจะช็อคเสียชีวิตได้ โรคสามโรคนี้เลี่ยงไม่ได้แต่จะทุเลาลงเหลือเพียงโรคเดือน สังข์ทองไม่หนักและปากแหว่ง....ยาโคลซาปีน และไซเพรกซ่าจะเลิกใช้แล้ว เพราะราคาแพงและต้องทานตลอดชีวิตและอาจมีโรคแทรกซ้อน...เพราะเทคโนโลยีใหม่ขั้นสุดคือฮอร์โมน...ส่วนผสมของยาโคลซาปีนและไซเพรคซ่าจะไปกลายเป็นฮอร์โมนบนดวงอาทิตย์ ไม่เกิดฮอร์โมนที่ร่างกายแต่อย่างใด ผู้ประดิษฐ์เป็นหมอชาวไทยเมื่อ 60 ปีที่แล้วที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย...ยืนยันได้ว่าผู้ป่วยอารมณ์สองขั้วหายขาดกลับมานอนหลับได้อีกครั้งโดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ ผู้ชายกินยี่ห้อกากวาง ผู้หญิงกินยาคุมกำเนิดทั่วไป จำนวนเม็ดขึ้นอยู่กับสารเสพติดที่เคยเสพเข้าไป ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะทานมากเกินเมตาบอลิซึมจะช็อคเสียชีวิตได้....ในผู้หญิงที่ทานยาฮอร์โมนที่เป็นยาคุมกำเนิด จะลดประชากรผู้ป่วยด้วยสามโรคนี้ในโลกไปในตัว ฮอร์โมนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการผลิตเซลล์ใหม่แก่ร่างกายและการนอนหลับ....และที่สำคัญที่สุดอย่าเอาตัวไปยุ่งกับยาเสพติดและอวิชชา ...... เพราะยาโรคอารมณ์สองขั้วเป็นอะไรที่ต้องทานตลอดชีวิต แพง ฮอร์โมนสังเคราะห์ทำหน้าที่ได้หลายอย่างกว่ามาก คือเติมฮอร์โมนให้กับร่างกายและดวงอาทิตย์ช่วงของผู้ป่วย ในขณะที่ยาไซเพรคซ่าและโคลซาปีนให้กำเนิดฮอร์โมนบนดวงอาทิตย์ช่วงของผู้ป่วยเท่านั้น...ให้หยุดทานหากเต็มเมตาบอลิซึม ผู้ป่วยจะรู้สึกได้คือเกือบจะช็อคแล้ว.. อวัยวะจะผลิตฮอร์โมนจะทำงานผลิตฮอร์โมนโดยใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เป็นหัวเชื้อ
จาก : ศ.ดร.สุขุน   [21/10/2011 16:06:48]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 34 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 453)
คนใกล้ตัวเป็นโรคนี้อยูเป็นมานานแล้วอาการหนักมากอารมรุนแรงมากค่ะชอบใช้ครามคิดทำอะไรแปลกๆชอบทำเพื่อคนอืนจนลืมคนใกล้ตัวเวลาหงุดหงิดหรือทำอะไรไม่ได้จะทำลายข้าวของ,คนใกล้ตัลระงับอารมไม่ได้ ใช้ยาเสพติดใช้เงินเก่งมากฯลฯ
จาก : modoru_a@hotmail.com   [24/09/2011 16:50:07]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 33 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 450)
เราก็เป็นโรคนี้แต่หมอบอกเป็นโรคซึมเศร้า เราเป็นมาประมาณ 3 ปีครั้ง
แล้วเวลามันเป็นจะไม่อยากทำอะไรเลย มันเบื่อ มันเหงา มันหงุดหงิด
มันขี้เกียจ เป็นทุกๆ อย่างเหมือนคนบ้า งานการไม่อยากจะทำเงินทอง
ใช้เปลืองมาก เห็นอะไรอยากได้ไปหมด เราทานยามา 1 ปีพอเห็นว่าหาย
ก็เลยหยุดยาพอตอนนี้ซิมันเป็นมากกว่าเดิมทำให้ทำงานไม่ได้เสียงาน
เสียการหัวหน้างานก็ใจดีให้เราไปรักษาให้หายแล้วค่อยมาทำงานใหม่
บวชชีพราหมณ์เราก็เคยบวชมาแล้วนะก็ดีได้สงบดี ตอนนี้หมดเปลี่ยน
ยาครั้งล่าสุดดีมากทานตอนแรกมีปวดหัวมึนๆ ทานได้ 1 อาทิตย์ก็ดีขึ้น
คงจะถูกกับยาตัวนี้แล้วละมันดีขึ้นสามารถทำงานได้และอยากจะมาทำงาน สงสารทุกคนที่เป็นโรคนี้ แต่สามีบอกว่าเป็นโรคนี้ดีกว่าเป็นมะเร็ง เพราะโรคซึมเศร้ายังมีโอกาสหายแต่เป็นโรคมะเร็งตายอย่างเดียว
ตอนนี้ก็พยายามออกกำลังกายเยอะๆ เล่นฮูลาฮูบบาง เดินแบบจงกรม
บ้าง และทำใจให้ร่าเริงอยู่เสมอสามารถช่วยเราได้ ถ้าอยากอยู่กับลูกและครอบครัวต้องพยายามหาย ยอมรับว่าค่ายาแพงมากไม่รู้ว่าจะต้องกินอีกนานแค่ไหน บอกตรงๆ อยากหายไม่อยากเป็นอะไรเลย ยอมรับว่ามันทรมานตอนเป็นเหมือนที่หลายๆ คนเขียน ใครไม่เป็นไม่รู้เราไม่ว่าใครหลอกเพราะโดนมากับตัวเองแล้ว ขอให้คนที่เป็นหายเร็วๆ นะเราเอาใจช่วย สวัสดีค่ะ
จาก : หมอก   [16/09/2011 10:29:52]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 32 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 423)
แฟนผมเค้าเครียดจากที่ทำงาน บางวันอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พออีกไม่กี่วันก็พลานไม่อยากคุยกับผม ทั้งๆที่ไม่มีสาเหตุ เค้าเคยเป็นโรคเครียดแล้วไปหาหมอแล้วนะ ตอนนี้ สามวันดี สี่วันแย่ บางครั้งถามผมว่าถ้ารู้สึกเคว้างคว้างอยากมีใครสักคนใช่ไหม ทั้งๆที่ผมก็อยู่ ผมเลยสงสัยว่า นี่คือเค้าไม่รักผม หรือ เค้าเป็นโรคนี้อ่าคับ ควรจะทำตัวยังไงดี ผมจะเครียดแทนเค้าแล้วครับ
จาก : W   [28/08/2011 18:47:44]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 31 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 406)
ตอนนี้ก็เป็นโรคนี้อยู่ซึงเกิดจากเราเครียดสะสม ไม่สามารถปล่อยวางได้
พี่ที่ทำงานแนะนำให้ไปบวชชีพราหมณ์กลับมา แล้วอาการดีขึ้นได้สวด
มนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม แต่ก็ยังทานยาตามหมอสั่ง และต้อง
ออกกำลังกายด้วย พี่ดีใจมากที่อาการดีขึ้น และอยากให้คนที่เป็นแบบนี้
หายเร็วๆ นะค่ะเอาใจช่วยค่ะ
จาก : JEAB   [10/08/2011 11:06:42]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 30 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 396)
เป็นเหมือนกันไอ้โรคเนี๋ยแต่ไม่ได้ทานยาเวลามีอาการก็จะพยามหาหนังสื่อธรรมมาอ่านฝึกนั่งสมธิโดยวิธีอานาปานลติดีขึ้นนะท่าช่วงไหนฝึกได้ต่อเนื่องอาการก็น้อยได้ผลจริงรับประลองดูนะจ๊ะอย่าซีเรียสเป็นได้ก็หายได้สู้ๆ
จาก : Phatsara_@hotmail.com   [03/08/2011 22:48:51]   แจ้งลบ  
 
ความคิดเห็นที่ 29 : โรคไบโพล่าร์ (รหัส 373)
ลูกชายกำลังเป็นแมเนียบางครั้งก้าวร้าวทำลายข้าวของไม่เชื่อฟังขู่จะฆ่าตัวตาย และบางครั้งอยากเที่ยวอยากได้โน่นอยากได้นี่จะรับมืออย่างไรคะ
จาก : แม่ไก่   [20/07/2011 13:01:20]   แจ้งลบ  
 
ข้อมูลทั้งหมด 58 ความคิดเห็น (2 หน้า) :   1 หน้าถัดไป>>
 
     
 
ความคิดเห็น
ยิ้ม ตาหวาน หัวเราะ เจ้าเล่ห์ ตกใจ ยิ้ม โกรธ พระจันทร์ ดาว ปาก ดอกไม้ หัวใจ อกหัก ใบแดง ใบเหลือง สู้ๆ รักนะ *
ชื่อ หรือ email *
รูปแบบตัวอักษร :     ตัวหนา   ตัวเลื่อนจากขวาไปซ้าย
  
!! ห้ามใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมะสม !!
!! หยาบคาย ส่อไปในทางไม่ดี ลามก อนาจาร !!
!! หรือหมิ่นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ !!

++ ขอบคุณค่ะ ++